โครเมียมเป็นโลหะสีขาวเงินเป็นมันวาว และแข็งมาก ในธรรมชาติไม่พบธาตุโครเมียมในรูปธาตุอิสระแต่จะพบในรูปของแร่ต่าง
ๆ ที่พบมากคือแร่ไครไลต์ (FeO•Cr2O3) สารประกอบหรือไอออนต่าง
ๆ ของธาตุโครเมียมมีสี เช่น K2CrO4 หรือ CrO4 2-มีสีเหลือง K2Cr2O7 หรือ Cr2O72- มีสีส้ม KCr (SO4) 2•12H2O มีสีม่วงแดง
วิธีเตรียม เตรียมได้โดยการเผาแร่ไครไลต์กับคาร์บอน
FeO•Cr2O3(s)
+ 4C(s) -----> Fe + 2Cr(s) + 4CO(g)
Fe และ Cr ที่เกิดขึ้นจะอยู่ในรูปโลหะเจือโดยมี Fe
: Cr = 1 : 2 ถ้าต้องการโครเมียมบริสุทธิ์
สามารถเตรียมได้โดยเผาแร่ไครไลต์กับ K2CO3 ในอากาศจะได้ K2CrO4 ซึ่งละลายน้ำได้จึงสามารถแยก
ออกจาก FeO ได้
K2CO3
+ O2
FeO•CrO3(s)
-----------> K2CrO4(s) + FeO(s)
เติม H2O
K2CrO4(aq)
+ FeO(s)
กรอง K2CrO4 ออกจาก FeO ระเหยน้ำออกจะได้ K2CrO4(s) จากนั้นนำมาเผากับคาร์บอน (C) จะ
ได้ Cr2O3 และเมื่อเผา Cr2O3 กับ Al จะได้ Cr
C เผา
K2CrO4(s)
---------> Cr2O3(s)
เผา
Cr2O3(s)
+ 2Al ---------> 2Cr + Al2O3
ประโยชน์ ใช้เป็นส่วนผสมในเหล็กกล้าไร้สนิม (Stainless steel) ประกอบด้วย Fe 73% Cr 18%
Ni
8% และ C 0.4% ใช้ทำเครื่องมือผ่าตัด
ตัวเรือนนาฬิกา ช้อน และภาชนะต่าง ๆ ใช้เคลือบบนผิวเหล็ก
เพื่อความสวยงามและป้องกันการผุกร่อนของเหล็กใช้เป็นส่วนประกอบในเหล็กกล้าที่ใช้ทำตู้นิรภัย
เครื่องยนต์
เกราะกันกระสุน ใช้ทำโลหะเจือโคบอลต์ซึ่งใช้ทำกระดูกเทียม Cr2O3 เป็นของแข็งสีเขียวแก่ใช้
ทำสีเพื่อเขียนลวดลายเครื่องเคลือบดินเผา Na2Cr2O7 ใช้อุตสาหกรรมฟอกหนัง
สารละลายผสมของ K2Cr2O7
กับกรดซัลฟิวริก (H2SO4) เข้มข้นใช้ทำความสะอาดเครื่องแก้วในห้องปฏิบัติการเคมี
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น